น้อมอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า บริษัท เอคโค่ ครีเอชั่น จำกัด

ทัวร์ภูเก็ต เที่ยวภูเก็ต ท่องเที่ยวภูเก็ต ไปกับ ภูเก็ต ทัวร์ ทูเดย์

บริการจัดนำเที่ยวเป็นหมู่คณะ กรุ๊ปเหมา ประชุมสัมมนา

ทัวร์ภูเก็ต แบบแพ็คเกจ ทัวร์ราคาถูก ตามงบประมาณของคุณ

โทรด่วน 089 289 9021 ติดต่อบุ้งค่ะ
Line official : @phukettourtoday
Open Menu

รีวิว เกาะรอก เกาะห้า เดินทางจากภูเก็ตในวันเดียว

16 ตุลาคม 2558 - รีวิว ท่องเที่ยว > เที่ยว ภูเก็ต > เกาะต่างๆ

สวัสดีจ้า จากที่หายหน้าหายตาไปนาน วันนี้เค้ากลับมาแล้ว เค้าท้าแดดท้าลม ไปเก็บภาพบรรยากาศของทัวร์เกาะรอกมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน ทริปนี้ขอบอกได้เลยว่า เหนื่อยมากๆ เพราะเกิดปัญหาระหว่างการเดินทางนิดหน่อย คือ น้ำจืดในเรือหมด ทำให้ไม่ได้ล้างตัวหลังจากลงดำน้ำ ต้องทนนั่งเรือจากเกาะรอกกลับมายังท่าเรือโดยที่ไม่ได้ล้างน้ำจืด เรียกได้ว่า ดองเค็มกันเลยทีเดียว พอกลับมาถึงฝั่ง ก็รีบอาบน้ำแล้วกลับบ้าน ก็ยังไม่ช่วยอะไร สลบเหมือบตั้งแต่ทุ่มกว่าจนถึงเช้ากันเลยทีเดียว

เอาละเข้าเรื่องกันสักทีกับทัวร์เกาะรอกที่วันนี้เราจะนำเสนอ การเดินทางไป เที่ยวเกาะรอก นั้นออกเดินทางได้หลายจังหวัด ไม่ว่าจะออกจากกระบี่ ออกจากจังหวักตรัง แต่ทริปการเดินทางของเราในครั้งนี้ จะเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ต โดยจุดมุ่งหมายของเราคือเกาะรอก และเกาะห้า ซึ่งเวลาที่ใช้เดินทางจากท่าเรืออ่าวฉลองไปยังเกาะรอกนั้น จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นการเดินทางที่เรียกได้ว่า นอนกันไปเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าการเดินทางอาจจะนานไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าโอเคนะ เพราะวันที่เดินทางทะเลนิ่ง ไม่มีคลื่น ติดที่ท้องฟ้าไม่เป็นใจ เพราะได้รับอานิสงส์ควันไฟจากประเทศเพื่อนบ้าน เลยทำให้มองไปทางไหนก็มีแต่หมอก ออกทะเลไป นึกว่าไปเที่ยวปาย หมอกทั้งนั้น

เกาะรอก

เกาะรอก ตั้งอยู่ในน่านน้ำทะเลกระบี่ที่เชื่อมต่อทะเลตรัง มีลักษณะเป็นเกาะเล็กๆ 2 เกาะอยู่คู่กัน ซึ่งจะเรียกว่าเกาะรอกใหญ่ และเกาะรอกน้อย หรือบางคนก็จะเรียกว่า เกาะรอกใน และเกาะรอกนอก ซึ่งใครจะเรียกยังไงก็แล้วแต่แล้วกัน ส่วนเค้าขอเรียกรวมๆว่า เกาะรอก ก็แล้วกันนะ ส่วนการไปเที่ยวเกาะรอกนั้น ทางอุทยานอนุญาติให้เดินทางไปได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม จนถึงวันที่ 30 เมษายน ของอีกปีเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะช่วงเวลาอื่นจะเป็นช่วงมรสุม ทำให้การเดินทางไปยังเกาะรอกนั้นมีความเสี่ยงสูง ทางอุทยานจึงทำการปิดเกาะเพื่อความปลอดภัย และอีกเหตุผลหนึ่งคือ เพื่อให้ธรรมชาติได้พักผ่อน กลับมาสมบูรณ์เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งในช่วงปีต่อไป ดังนั้นถ้าเพื่อนๆคิดที่จะไปเที่ยวยังเกาะรอก ต้องวางแผนให้ดี เพราะมีโอกาสแค่ประมาณ 6 เดือนใน 1 ปีเท่านั้น

เริ่มกันเลยด้วยภาพแรก เป็นภาพของท่าเรืออ่าวฉลอง ท่าเรือนี้เป็นท่าเรือที่เราจะใช้ขึ้นลงเรือเพื่อไปยังเกาะรอก แต่ท่าเรือนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับไปยังเกาะรอกเท่านั้นนะ ยังสามารถเดินทางไปยังเกาะอื่นๆได้อีกเยอะแยะมากมาย ทำให้เราจะได้เห็นเรือจอดเรียงรายกันเป็นจำนวนมาก เรียกว่าเป็นท่าเรือที่ใหญ่มากๆแห่งนึงของจังหวัดภูเก็ตเลยก็ว่าได้ เมื่อเราเดินทางมาถึงจุดนัดที่ท่าเรือ บริษัทเรือก็จะให้เรานั่งพักผ่อนทานกาแฟ ขนมตามอัธยาศัย จากนั้นไม่นานเมื่อลูกค้าท่านอื่นๆมากันครบ ก็ได้เวลาออกเดินทาง โดยทางบริษัทเรือจะให้เราขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางไปยังท่าเรือ ซึ่งใช้เวลาจากจุดนัดพบไปยังท่าเรือประมาณไม่เกิน 2 นาที เรียกได้ว่าเดินเอาก็ได้ แต่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย จะได้ไปพร้อมๆกันเป็นหมู่คณะ ก็นั่งรถไปนั่นแหละ ดีแล้ว

ท่าเรืออ่าวฉลอง

เมื่อมาถึงที่ท่าเรือ เค้าก็จะให้เราถอดรองเท้า เพราะโดยปกติแล้วการไปเที่ยวเกาะที่มีอุทยานดูแล เค้ามีกฏให้เราถอดรองเท้าเอาไว้ที่ฝั่งหรือไม่ก็เอาไว้ในเรือ ไม่ให้เราใส่ลงไปบนเกาะ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมรู้แต่ว่าให้ถอดก็ถอด จากนั้นก็เดินขึ้นเรือกันไป โดยวันนี้เค้ารู้ชะตากรรมแล้วว่า ต้องเหนื่อยแน่ๆ เลยวิ่งลงเรือคนแรก จากนั้นจองที่นั่งท้ายสุดของเรือเลย ถึงแม้ว่าจะเหม็นน้ำมันเครื่องเรือก็ตาม แต่ก็ยอม เพราะเดียวจะเมาเรือ ถึงแม้เค้าจะเดินทางกับเรือสปีดโบ๊ทหลายต่อหลายครั้ง แต่ถ้าเดินทางที่กินเวลานานๆ เค้าก็ของ safe ตัวเองก่อนแล้วกันนะ

ท่าเรืออ่าวฉลอง

เมื่อทุกคนลงเรือครบ พนักงานไกด์ก็ทำการบรรยายว่าวันนี้เราจะทำอะไรกันบ้าง โดยวันนี้จุดมั่งหมายของเราก็อย่างที่บอกคือ เกาะรอก และเกาะห้า โดยเราจะเดินทางไปยังเกาะรอกก่อน จากนั้นขากลับเราจะมาแวะที่เกาะห้า ซึ่งเมื่อออกเดินทางเค้าก็ขอถ่ายภาพบรรยากาศการออกเดินทางเอาไว้อีกสักภาพ เพื่อแสดงให้เห็นว่า เริ่มแล้วนะ

เดินทางจากท่าเรือ มุ่งหน้าสู่เกาะรอก

เมื่อเรือออกไปได้สักประมาณ 10 นาที เราก็มาถึงที่แรกคือ เกาะไม้ท่อน (ไม่ได้อยู่ในแผน แต่เป็นทางผ่าน เลยแวะดูสักนิด) ซึ่งเราไม่ได้ลงไปที่เกาะนี้นะ ทางบริษัทเรือเค้ามาจอดด้านนอกให้เราดูว่าเนี้ยคือ เกาะไม้ท่อน เป็นเกาะส่วนตัวเกาะหนึ่ง สามารถลงไปเที่ยวได้ แต่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมนี้ การจะไปเที่ยวเกาะไม้ท่อนจะต้องเสียค่าลงเกาะเอง หรือไม่ก็ไปกับโปรแกรมทัวร์เกาะไม้ท่อนถึงจะได้ลงที่เกาะนี้ เมื่อทางเรือจอดให้เราดูประมาณ 5 นาทีและพนักงานไกด์บรรยายเกี่ยวกับเกาะนี้อยู่พักนึง ก็ถึงเวลาที่จะเดินทางไปยังเกาะรอกกันจริงๆแล้ว

เกาะไม้ท่อน

จากที่นั่งๆนอนๆร่วม 2 ชั่วโมง ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงเกาะรอกกันแล้ว (จริงๆระหว่างทาง เราจะผ่านเกาะห้า แต่ยังไม่แวะ เค้าก็ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู เพราะอย่างที่บอก หมอกลงเยอะเกินไป) น้ำทะเลเกาะรอกนั้น ถือว่าใส สีเขียว ไม่ได้ต่างอะไรกับสิมิลันหรือเกาะตาชัยเลย ซึ่งบริเวณที่จอดเรือนั่น จะแยกออกจากบริเวณที่ให้ลงเล่นน้ำ โดยทางอุทยานจะทำการกำหนดเขตกั้นให้แยกออกจากกัน เพื่อความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเกาะรอก

บรรยากาศที่เกาะรอก

เมื่อเรอจอดเรียบร้อย พนักงานไกด์จะแจ้งเราว่า ให้ทุกคนลงไปที่หาดเพื่อเดินเล่นและถ่ายรูปกันก่อน ใครที่ต้องการที่จะเล่นน้ำชิวๆที่เกาะก็สามารถทำได้ แต่ใครที่ต้องการจะไปดำน้ำดูปะการัง อีก 15 นาทีให้กลับมาที่เรือ ส่วนตัวเค้าคิดว่าดีนะ เพราะบางคนชอบพักผ่อนก็นั่งๆนอนๆเล่นบนเกาะไป ส่วนใครที่ชอบผจญภัยก็ออกไปดำน้ำดูปะการัง ไม่จำเป็นต้องบังคับให้เราอยู่บนหาดหรือไปดำน้ำ ส่วนเค้าไม่มีทางเลือก เพราะจะพาเพื่อนๆมาเที่ยวให้เต็มที่ เลยไปดำน้ำเพื่อเก็บภาพบรรยายกาศใต้ท้องทะเลมาฝากเพื่อนๆ สู้ๆ

เมื่อลงไปถึงชาดหาด ก็เดินถ่ายรูปบรรยายกาศต่างๆมาฝากเพื่อนๆ และก็ไม่ลืมที่จะถ่ายป้ายเกาะรอก เพราะจะได้รู้ว่า เค้ามาถึงเกาะรอกจริงๆนะ อีกอย่างที่เค้าขอบอกคือ ทรายที่นี่ขาวและละเอียดมาก เดินไปแล้วไม่เจ็บเท้าเลย มันนุ่มนวลซะนี่กะไร แต่เวลาเดินก็ระวังหน่อยนะ เพราะที่นี่มีปูเสฉวนเยอะมากๆ เห็นพนักงานไกด์บอกว่า ปูเสฉวนที่นี่เป็นปูเสฉวนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ อันนี้ไม่รู้นะว่าจริงไหม เค้าบอกมาก็เลยเอามาเล่าต่ออีกที และอีกอย่างที่เค้าชอบก็คือ หาดที่นี่ยาวมาก เหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง และพนักงานไกด์ยังบอกอีกว่า ปกติแล้วถ้าเป็นทริปที่ Over Night เค้าจะพาเดินป่าชมธรรมชาติอีกด้วย แต่การเดินป่าต้องใช้เวลาประมาณเดินไปกลับ 2 ชั่วโมง ทำให้ไม่สามารถพาเดินไปได้ถ้ามาแบบเช้าไปเย็นกลับ

บรรยากาศบนเกาะรอก

และแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางไปดำน้ำกันแล้ว ซึ่งจุดที่เราจะไปดำน้ำกันในครั้งนี้ จะอยู่ระหว่างเกาะรอกในและเกาะรอกนอก ใช้เวลาเดินทางจากชายหาดเกาะรอกไปยังจุดดำน้ำประมาณ 5 นาที เมื่อถึงแล้วก็ไม่รอช้าลงไปดำน้ำทันที รออะไร และที่สำคัญ ห้ามกระโดดลงไปนะ เพราะจุดดำน้ำบริเวณนี้ตื้นมากๆ มีความลึกจากที่วัดด้วยส่วนสูงของตัวเอง น่าจะไม่เกิน 2 เมตร ดังนั้นห้ามกระโดดเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจจะบาดเจ็บได้

โลกใต้น้ำบริเวณจุดดำน้ำนี้ ถือได้ว่ายังสมบูรณ์เอามากๆ ปะการังยังแน่นและยังไม่เสียหาย มีปลาน้อยใหญ่จำนวนมาก วันนี้เค้าได้เจอปลาเสือ นีโม่ ปลายูนิคอร์น ปลาหมึก และปลาอื่นๆเค้าไม่รู้จักอีกเยอะแยะมากมาย ส่วนปะการังส่วนใหญ่ จะรวมกลุ่มกันเป็นก้อนๆ มีปะการังอ่อนด้วย มองไปทางไหนก็มีแต่ปะการัง ถือว่าคุ้มค่ากับการต้องนั่งเรือมานานเพื่อมาดำน้ำดูปะการังที่จุดนี้

จุดดำน้ำที่เกาะรอก

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 45 นาที ตามที่พนักงานไกด์กำหนดเวลาเอาไว้ ก็ถึงเวลาที่เราจะกลับไปยังเกาะรอก เพื่อรับประทานอาหารเที่ยง ซึ่งการจัดการของบริษัทเรือนี้ดีนะ เพราะเค้าบอกว่า คนที่อยู่บนเกาะหรือคนที่มาดำน้ำ ยังไงก็ให้ทานข้าวพร้อมกัน ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่ากลับไปแล้วจะไม่มีอะไรกิน ถือว่าจัดการได้เยี่ยมเลยทีเดียว และแล้วก็กลับมาถึงเกาะรอก ไม่รอช้าอีกเช่นเคย รีบถ่ายรูปอาหารมาให้เพื่อนๆได้ดูก่อนใคร อาหารในวันนี้เป็นแบบบุฟเฟ่ จะมีข้าว ไก่ต้มฟัก ปลาทอด ผัดเปรี้ยวหวานปลา และผักเอาไว้คอยให้บริการ ซึ่งขอบอกว่ารสชาติอาหารอร่อยเลยแหละ หรือว่าเพราะเค้าเหนื่อยหว่า เลยอร่อย 555 อร่อยจริงๆ เมื่อเทียบกับอาหารของทริปอื่นที่เคยไปมานะ นอกจากนั้นยังมีผลไม้คือ กล้วย แตงโมง และสับปะรดเอาไว้ให้รับประทานกันอีกด้วย ด้วยการที่เค้าใช้พลังงานมากไปเลย เลยจัดข้าวไป 1 จานใหญ่ จากนั้นตามด้วยกล้วยอีก 3 ลูก และแอบเอาใส่กระเป๋าไว้กินระหว่างทางอีก 2 ลูก แต่เอ.. จะเล่าทำไมเนี้ย ทำเหมือนว่าจะมีใครอยากจะรู้ เหมือนประจานตัวเองยังไงก็ไม่รู้เนี้ย

ทานอาหารบุฟเฟ่ที่เกาะรอก

เมื่อทานข้าวเสร็จ เวลาก็ประมาณเที่ยงครึ่ง ทางบริษัทเรือก็ให้เราพักผ่อนตามอัธยาศัย และนัดเราอีกทีประมาณบ่ายโมงครึ่ง เพื่อที่จะเดินทางไปยังเกาะห้า จะได้ไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะห้ากันอีกรอบ

และแล้วเวลาแห่งการเดินทางต่อก็มาถึง พนักงานไกด์ก็เรียกให้ทุกคนขึ้นเรือ จากนั้นก็จะพาเราไปยังเกาะห้า แต่พนักงานไกด์บอกว่า วันนี้พิเศษ เค้าจะพาเราไปดูน้ำตกกลางทะเล เป็นน้ำจืด หาดูได้ยากมาก น้ำตกกลางทะเลนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีฝนตกลงมาจำนวนมากในวันก่อนหน้าที่เราจะเดินทางไป ถึงจะเกิดเป็นน้ำตกกลางทะเลได้ ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นโชคดีของเราที่จะได้เห็น เค้าเลยมีโอกาสเก็บภาพมาฝากเพื่อนๆกัน สวยงามตามท้องเรื่องกันเลยทีเดียว

น้ำตกกลางทะเลที่เกาะรอก

และแล้วเราก็ออกเดินทางต่อไปอีกประมาณ 30 นาที เราก็เดินทางมาถึงเกาะห้า ซึ่งก่อนมาถึงเค้าก็สงสัยว่าทำไมถึงเรียกว่าเกาะห้า เกาะหนึ่ง เกาะสองไม่เห็นจะมี ทำไมอยู่ดีๆถึงเรียกว่าเกาะห้า พอมาถึงแล้วจึงได้เข้าใจว่า ที่เรียกเกาะห้านั้น เพราะบริเวณนี้มีเกาะอยู่รวมกันทั้งหมด 5 เกาะ เลยเรียกบริเวณนี้ว่าเกาะห้า

เกาะห้า

เมื่อเรือจอดเรียบร้อย ก็เช่นเคยมีเวลา 45 นาทีในการดำน้ำ จุดดำน้ำบริเวณนี้ กระโดดลงไปได้เลย เพราะลึกมากๆ ส่วนปะการังก็ไม่แน่นเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับจุดดำน้ำที่เกาะรอก ดังนั้นถ้าเพื่อนๆเหนื่อยกับการดำน้ำที่เกาะรอกแล้ว ที่เกาะนี้จะนั่งรอในเรือก็ได้ ในความคิดเห็นส่วนตัว จุดดำน้ำที่นี่สวยสู้จุดดำน้ำที่เกาะรอกไม่ได้ และที่สำคัญอีกอย่างนึงคือ คลื่นใต้น้ำบริเวณนี้ค่อนข้างแรง ถ้าว่ายน้ำไม่ชำนาญพอ อาจจะเกิดปัญหาได้ เพราะขนาดเค้าตอนลงไปถ่ายภาพใต้น้ำ พอจะขึ้นเรือ เค้ายังต้องถอดชูชีพออกเลย เพราะว่ายไปหาเรือ คลื่นตีออก ว่ายไปอีก คลื่นก็ตีออกอีก ถอดมันออกซะเลย จะได้ไม่โดนคลื่นซัดไป เหนื่อยมากๆที่จุดนี้

และแล้วก็ได้เวลากลับ จากเกาะห้าไปถึงท่าเรือใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ขอบอกว่าวันที่ไป โชคไม่ดี เพราะน้ำจืดในเรือมี แต่เครื่องปั้มเสีย น้ำตาแทบไหล เมื่อเราดำน้ำหรือเล่นน้ำทะเลเสร็จแล้วควรได้ล้างตัวด้วยน้ำจืด อันนี้สำคัญมากนะ เพราะปกติแล้ว เพื่อนๆที่ลงไปเล่นน้ำทะเลแล้ว ยังไงก็ต้องล้างเอาน้ำทะเลออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะถ้าให้น้ำทะเลเกาะตามผิวแล้วไม่ล้างออก ต่อให้ใช้ครีมขวดละหลายหมื่นก็เอาไม่อยู่ เค้ากลับมาแดงทั้งตัว ตื่นเช้ามาอีกวันดำ ผ่านไป 2 วันผิวลอก เศร้ากันไปเลยทีเดียว

เดินทางจากเกาะห้ากลับไปยังท่าเรืออ่าวฉลอง

เมื่อมาถึงท่าเรือ พนักงานเรือก็ทำการแจกรองเท้าจากนั้นก็ขึ้นรถตู้เพื่อนำเรากลับไปยังที่พักอย่างสวัสดิภาพ

เดินทางกลับจากเกาะรอก

ปิดท้ายด้วยคลิปดำน้ำชมปะการรังและฝูงปลาที่เกาะรอกและเกาะห้า ฝากเอาไว้ให้เพื่อนๆได้เพลิดเพลินก่อนจะเดินทางไปเที่ยวด้วยตัวเอง

จุดดำน้ำที่เกาะรอก

จุดดำน้ำเกาะห้า

สรุปข้อดีข้อเสียของทริปนี้

ข้อดี
1. จุดดำน้ำที่เกาะรอกสวยมาก และยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีปลาน้อยใหญ่ว่ายอยู่รอบๆตัวเราเลยทีเดียว
2. การจัดสรรที่เล่นน้ำกับที่จอดเรือบริเวณหน้าหาดเกาะรอกแยกออกจากกันทำได้ดีมาก เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก
3. หาดทรายสะอาด สีขาว และนิ่มมากๆ
4. ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ มีปูเสฉวนออกมาวิ่งเล่นให้เราได้เห็นมากมาย

ข้อเสีย
1. เดินทางค่อนข้างไกล เพราะใช้เวลานั่งเรือถึง 2 ชั่วโมง
2. จุดดำน้ำที่เกาะห้า เป็นจุดดำน้ำที่ค่อนข้างเหนื่อย เพราะต้องใช้แรงในการว่ายเยอะ จึงไม่เหมาะกับผู้ว่ายน้ำไม่ชำนาญและผู้สูงอายุ

โปรแกรมทัวร์ : ทัวร์เกาะรอก เกาะห้า