น้อมอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า บริษัท เอคโค่ ครีเอชั่น จำกัด

ทัวร์ภูเก็ต เที่ยวภูเก็ต ท่องเที่ยวภูเก็ต ไปกับ ภูเก็ต ทัวร์ ทูเดย์

บริการจัดนำเที่ยวเป็นหมู่คณะ กรุ๊ปเหมา ประชุมสัมมนา

ทัวร์ภูเก็ต แบบแพ็คเกจ ทัวร์ราคาถูก ตามงบประมาณของคุณ

โทรด่วน 089 289 9021 ติดต่อบุ้งค่ะ
Line official : @phukettourtoday
Open Menu

รีวิว หมู่เกาะสุรินทร์ (Surin Islands)

18 มกราคม 2559 - รีวิว ท่องเที่ยว > เที่ยว ภูเก็ต > เกาะต่างๆ

สวัสดีกันอีกครั้ง วันนี้เค้ากลับมาอีกครั้งกับการรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล นั้นก็คือ หมู่เกาะสุรินทร์ นี่เอง เค้าจะพาเพื่อนๆไปชมความสวยงามของท้องทะเลเมืองไทย ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น แหล่งปะการังน้ำตื้นที่สวยที่สุดของประเทศไทย ถึงแม้จะต้องแลกมาด้วยความดำก็ตาม #ร้องไห้หนักมาก เค้ายอมเพราะอยากจะนำเสนอของดีของประเทศของเรา หมู่เกาะสุรินทร์จะสวยงาม และน่าไปเที่ยวมากแค่ไหน ตามรีวิวนี้ได้เลยจ้า

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจไปทริปทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี่นะครับ

โปรแกรมทัวร์ : ทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์ / ทัวร์เกาะสุรินทร์ (รับจากเขาหลัก)

ตำแหน่งที่ตั้งของทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์

หมู่เกาะสุรินทร์ ถึงแม้ว่าจะมีชื่อเรียกว่าสุรินทร์ แต่ก็ไม่ได้ตั้งอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์นะฮ๊าฟ แต่ที่หมู่เกาะสุรินทร์ได้ชื่อนี้ก็เพราะ ผู้ค้นพบเกาะคือ พระยาสุรินทราชา ซึ่งตอนนั้นดำรงค์ดำแหน่งเป็นเทศาเมืองภูเก็ต เลยตั้งชื่อตามผู้ค้นพบ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดพังงา อยู่ติดกับชายแดน ไทย - พม่า มีพื้นที่ประมาณ 84,375 ไร่  ร้อยละ 76 ของพื้นที่เป็นทะเล ส่วนที่เหลือเป็นแผ่นดิน ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) เกาะรี (เกาะสต๊อก) และ 1 กองหินปริ่มน้ำ คือกองหินริเชลิว เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 29 ของประเทศไทย สำหรับตำแหน่งที่ตั้งสามารถดูได้จากแผนที่ข้างล่างนี้เลยจ้า

วิชาการกันมามากแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงการรีวิวฉบับ ภูเก็ต ทัวร์ ทูเดย์ เราเจาะลึกทุกรีวิว เดินทางไปเอง ถ่ายรูปเอง เหนื่อยเอง ร้อนเอง และดำเอง การไปทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์จะเป็นยังไง คุ้มไหมกับการเดินทางไปเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ เราจะเริ่ม ณ บัดนี้

การเตรียมตัวในการเดินทางไปหมู่เกาะสุรินทร์

การเตรียมตัวในการเดินทางไปหมู่เกาะสุรินทร์

เริ่มทริปการเดินทางครั้งนี้ โดยที่เค้าและบรรดาพรรคพวกหัวเกรียนทั้งหลายเลือกพักที่โรงแรมฝั่งเขาหลัก จังหวัดพังงา เพราะการที่พักโรงแรมบริเวณเขาหลัก ทำให้ไม่ต้องตื่นเช้ามาก และระยะทางจากที่พักไปยังท่าเรือจะใช้เวลาแค่ประมาณ 30 นาทีเท่านั้น โดยท่าเรือที่จะเดินทางไปยังหมู่เกาะสุรินทร์นั้น ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา เป็นท่าเรือส่วนตัวของบริษัทนำเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ โดยพวกเค้าออกเดินทางโดยรถส่วนตัวจากโรงแรมตอนเวลาประมาณ 7:30 น. และไปถึงที่ท่าเรือประมาณ 8:00 น. สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการเดินทางไปท่าเรือ แต่ไม่ได้มาด้วยรถส่วนตัว ทางบริษัทเรือนำเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์จะมีบริการรับส่งจากที่พัก โดยไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมนะครับ มาถึงตรงนี้เพื่อนๆอาจตั้งคำถามว่า แล้วทำไมเค้าถึงไม่ให้รถไปรับ ก็เพราะว่า หลังจากกลับจากทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์ พวกเค้าต้องเดินทางต่อไปยังภูเก็ต เลยไม่สะดวกที่จะให้รถของทางบริษัทนำเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ไปรับ และอีกอย่าง พวกเค้าอินดี้ โอเค จบม่ะ 555

เมื่อไปถึงท่าเรือ ก็ทำการจัดเต็มกับอาหารเช้าที่ทางบริษัทนำเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ เยอะและอร่อยมาก ด้วยความเป็นผู้ดีของพวกเค้า เลยจัดกันซะเต็มที่ อิ่มกันเลยทีเดียว ส่วนบรรยากาศที่ท่าเรือ เพื่อนๆดูตามรูปประกอบได้เลยนะครับ (สำหรับคนที่เมาเรือ หรือไม่เคยเดินทางโดยเรือ แนะนำอย่ากินเยอะ เพราะเดียวจะโชว์ให้อาหารปลา)

ที่ท่าเรือนี้เป็นท่าเรือส่วนตัวของบริษัทนำเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ นอกจากจะเป็นท่าเรือที่จะไปหมู่เกาะสุรินทร์แล้ว ยังสามารถเดินทางไปเกาะตาชัยได้อีกด้วย ทำให้มีนักท่องเที่ยวเตรียมตัวเดินทางไปเกาะจำนวนมาก แต่ในวันที่เค้าไป มีนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปหมู่เกาะสุรินทร์ประมาณ 20 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือเตรียมตัวเดินทางไปเกาะตาชัยทั้งนั้นเลย

บรรยากาศท่าเรือไปหมู่เกาะสุรินทร์

เมื่อใกล้เวลาเดินทาง ก็ได้เวลาที่ไกด์สาวจะมาต้อนรับและแนะนำโปรแกรมในการเดินทางในวันนี้ ไกด์ประจำวันนี้ก็คือ ไกด์ลาเต้ สุดเซ็กซี่ของเรานี่เอง โดยไกด์ลาเต้บอกกับเราว่า หมู่เกาะสุรินทร์ มีอยู่ด้วยกันทั้งมด 5 เกาะ มีจุดดำน้ำทั้งหมด 19 จุด สำหรับทริปวันนี้เราจะไปแบบเช้าไปเย็นกลับ ไม่มีทางที่เราจะไปดำน้ำได้ครบทุกจุด ถ้าเพื่อนๆที่เป็นสายดำน้ำหรือชอบการดำน้ำเยอะๆ แนะนำให้ไปนอนค้างคืนที่เกาะ จึงจะสามารถไปดำน้ำได้ครบทุกจุดนะครับ สำหรับทัวร์ในวันนี้ เราจะไปดำน้ำแค่ 3 จุดเท่านั้น โดยโปรแกรมคร่าวๆจะเป็นดังนี้นะครับ

1. เริ่มเราจะเดินทางจากท่าเรือไปยัง หัวแหลมช่องขาด เพื่อดำน้ำเป็นจุดแรก 
2. จากนั้นนั่งเรือหางยาวจาก หัวแหลมช่องขาด ไปยัง เกาะสุรินทร์เหนือ และเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 200 เมตรเพื่อไปทานข้าวที่อ่าวไม้งาม
3. เดินทางออกจากเกาะสุรินทร์เหนือโดยเรือหางยาวเพื่อไปที่หมู่บ้านมอแกน เพื่อชมวิถีชาวบ้าน
4.เดินทางออกจากหมู่บ้านมอแกนด้วยเรือสปีดโบ๊ท มุ่งหน้าไปยังจุดดำน้ำอีก 2 จุด นั่นก็คือ อ่าวแม่ยาย และอ่าวสับปะรด
5. เดินทางกลับไปยังท่าเรือในตอนเช้า และเดินทางต่อไปยังที่พัก

* โปรแกรมท่องเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์อาจจะมีการปรับเปลี่ยนได้ ต้องดูสภาพอากาศและคลื่นลมเป็นหลัก แต่ที่แน่ๆคือ ลงชายหาด 1 หาด ชมหมู่บ้านมอแกน และดำน้ำอีก 3 จุด

โปรแกรมทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์ในวันนี้ อาจจะไม่เหมือนกับทุกวัน เพราะว่าเมื่อวานคลื่นลมแรงมาก และเช้าวันนี้ทางอุทยานหมู่เกาะสุรินทร์ได้แจ้งมาว่า วันนี้คลื่นลมก็อาจจะแรงเหมือนเมื่อวาน ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม

มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะสุรินทร์

มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะสุรินทร์

เวลาประมาณ 9:00 น. ก็ได้เวลาที่จะเดินทางไปยังหมู่เกาะสุรินทร์แล้ว พวกเค้าก็เดินไปขึ้นเรือ และก็เช่นเดิม นั่งท้ายเราตามเคย โดยเรือที่ไปในวันนี้เป็นเรือสปีดโบ๊ท 2 ท้อง ซึ่งเรือแบบนี้มีข้อดีคือไม่ทำให้เมาเรือ เพราะจะโยกซ้ายขวาน้อยกว่าเรือสปีดโบ๊ทท้องเดียว และแล้วก็เดินทางก็เริ่มต้นขึ้น โดยปกติเราจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็จะถึงที่หมาย แต่วันนี้คลื่นแรงมาก ซัดเข้าหาเรือเสียงดังตู้มๆ ทำให้เรือไม่สามารถวิ่งเร็วได้ ต้องค่อยๆไป ทำให้กว่าจะถึงหมู่เกาะสุรินทร์ใช้เวลาไปกว่า 2 ชั่วโมง แต่แล้วเมื่อถึงจุดดำน้ำจุดแรก ก็อย่าได้รอช้าเลย โดดลงจะเรือสิครับจะรออะไร

หัวแหลมช่องขาด (Chong Khad Bay)

หัวแหลมช่องขาด

จุดดำน้ำที่หัวแหลมช่องขาดนี้ ทางไกด์ลาเต้จะมีเวลาให้เราประมาณ 45 นาทีในการลงไปดำน้ำ น้ำที่หัวแหลมช่องขาดใสมาก ปะการังในบริเวณนี้ถือว่าหนาแน่น และมีปลาเล็กปลาน้อยจำนวนมาก ถ้าพูดถึงความอุดมสมบูรณ์ก็คงต้องบอกว่า อุดมสมบูรณ์กว่าแนวปะการังน้ำตื้นที่สิมิลันและตาชัย คงเป็นเพราะไกลว่า เพราะจากหมู่เกาะสุรินทร์ห่างออกไปอีกนิด ก็เข้าเขตของประเทศพม่าแล้ว เมื่อดำผุดดำว่ายครบ 45 นาทีก็ถึงเวลาที่ต้องเดินทางต่อเพื่อไปรับประทานอาหารเที่ยง (เป็นอะไรที่รอคอยมาตั้งแต่เช้า) โดยเราจะไม่ได้เดินทางไปกับสปีดโบ๊ทแล้วนะครับ แต่จะมีเรือหางยาวมารับเราจากหัวแหลมช่องขาด และนั่งเรือหางยาวไปอีกประมาณ 10 นาทีก็ถึงที่หมายต่อไป

อ่าวไม้งาม (Mai Ngam Bay)

อ่าวไม้งาม (Mai Ngam Bay)

เรือหางยาวจะนำเราเดินทางไปยังอ่าวไม้งาม โดยผ่านอ่าวช่องขาด เมื่อเข้าไปถึงน่าจะเป็นด้านหลังของเกาะ เราต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงกับอ่าวไม้งาม ที่อ่าวนี้จะมีร้านค้าสวัสดิการของกรมอุทยานฯเอาไว้คอยให้บริการ และที่อ่าวนี้สามารถที่จะมาค้างคืนได้ สำหรับชายหาดที่อ่าวไม้งามนี้ ถือว่าสวยระดับนึง แต่ก็ยังสวยสู้ที่เกาะตาชัยไม่ได้ เพราะเกาะตาชัยขึ้นชื่อเรื่องชายหาดที่สวยที่สุดอยู่แล้ว แต่ชาดหาดที่นี่ก็ไม่ได้ถึงกับขี้เหร่ ก็ยังคงความสวยงามอยู่ ถามว่าโอเคไหม บอกได้เลยว่า โอเคนะ

เมื่อไปถึงอ่าวไม้งาม ก็ได้เวลารับประทานอาหาร ซึ่งอาหารอร่อยมาก (หรือเพราะเค้าหิวหว่า) มี ชา กาแฟ ชาเขียว และน้ำผลไม้เอาไว้คอยให้บริการด้วย เมื่อรับประทานอาหารจนอิ่มแล้วก็ได้เวลาไปพักผ่อนที่บริเวณชายหาดกัน ที่หมู่เกาะสุรินทร์มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาน้อย อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้มีการโปรโมทมากเหมือนเกาะอื่นๆ และอาจจะไกลกว่าเกาะอื่นด้วย ทำให้ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความเป็นธรรมชาติและความเป็นส่วนตัว เค้าขอแนะนำให้มาที่หมู่เกาะสุรินทร์เลย ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ชอบสโลว์ไลฟ์เป็นอย่างมาก

เมื่อพักผ่อนที่อ่าวไม้งาม วิ่งเล่น โดดน้ำทะเล เตะบอล เล่นจานร่อน โดยจะใช้เวลาอยู่ที่ชายหาดรวมกับเวลาที่รับประทานอาหารก็จะประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ได้เวลาเดินทางต่อ โดยเราจะต้องเดินกลับไปยังบริเวณหลังเกาะเพื่อไปขึ้นเรือหางยาวอีกครั้ง และมุ่งหมายสู่หมู่บ้านมอแกน

หมู่บ้านมอแกน (Moken Village)

หมู่บ้านมอแกน (Moken Village)

เราเดินทางออกจากเกาะสุรินทร์เหนือ ผ่านทางอ่าวช่องขาดมุ่งไปยังเกาะสุรินทร์ใต้ โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็จะมาถึง หมู่บ้านมอแกน ถามว่ามาทำไม ตอบได้เลยว่า ไม่รู้ จะให้มาดูอะไรเนี้ย 555 เรามาดูความเป็นวิถีของชาวบ้าน แบบชาวเลอย่างแท้จริง ชาวเลแบบ 100% แบบไม่ได้จัดฉาก เราจะอยู่ที่หมู่บ้านมอแกนนี้ประมาณ 20 นาที โดยจะมีไกด์เมย์ผู้ช่วยไกด์ลาเต้ เป็นผู้บรรยายถึงวิถีของชาวมอแกนว่า มาจาก เค้าอยู่กันยังไง มีประวัติความเป็นมายังไง

ชาวมอแกนเดินทางมากจากฝั่งอินโด ล่องเรือมาเรื่อยๆ และมาปักหลักอยู่ที่เกาะนี้ เพราะที่นี่อุดมสมบูรณ์  โดยมาอาศัยอยู่ที่เกาะนี้กว่า 100 ปีแล้ว ถ้าถามว่าชาวมอแกนเป็นคนไทยหรือเปล่า ตอบได้เลยว่าเป็นคนไทย เนื่องจากชาวมอแกนทุกคนมีบัตรประมาชน เพราะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เดินทางมาที่เกาะนี้ และได้พระราชทานนามสกุลให้กับชาวมอแกน โดยชาวมอแกนทุกคนจะมีนามสกุลคือ กล้าทะเล ทำให้ชาวมอแกนสามารถที่จะไปทำบัตรประชาชนได้ ที่หมู่บ้านมอแกนจะมีบ้านอยู่ประมาณ 50 หลังคาเรือน มีประชากรประมาณ 300 คน นับถือสิ่งศักดิ์ และวิญญาณต่างๆ ในธรรมชาติ รวมทั้งวิญญาณบรรพบุรุษที่มี "หล่อโบง" หรือเสาวิญญาณบรรพบุรุษ ทั้งชาย (แอบ๊าบ) และหญิง (เอบูม) เป็นสัญลักษณ์ ชามมอแกนมีภาษาเป็นของตัวเอง สำหรับภาษามอแกน อย่างเช่นคำว่า สวัสดี ชาวมอแกนจะพูดว่า "มาร์" คำว่า ทานข้าว ชาวมอแกนจะพูดว่า "ยำจอน" เป็นภาษาที่ผิดเพี้ยนมาจากภาษามลายู แต่ถึงแม้ว่าชาวมอแกนจะมีภาษาเป็นของตัวเอง แต่ชาวมอแกนก็สามารถพูดไทยได้ เพราะได้รับการสอนจากโรงเรียนที่ตั้งอยู่ที่เกาะนี้ สำหรับที่หมู่บ้านนี้ จะมีโรงเรียนเอาไว้ให้เด็กชาวมอแกนได้ไปเรียนกันด้วย แต่ไกด์เมย์บอกว่า เด็กๆส่วนใหญ่ไม่ค่อยไป เพราะเด็กๆบอกว่า หาตังดีกว่า เพราะเมื่อเราไปถึงที่เกาะจะเห็นเด็กๆเอาสินค้าที่ประดิษฐ์เอง เป็นพวกไม้แกะสลักเป็นรูปสัตว์น้ำ รูปเรือ วางเอาไว้ให้เราได้ซื้อเป็นของที่ระลึก

หลังจากที่เราถ่ายรูปและเดินชมบรรยากาศที่หมู่บ้านมอแกนเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาที่จะเดินทางต่อเพื่อไปดำน้ำที่จุดดำน้ำจุดที่ 2 นั้นก็คือ อ่าวแม่ยาย

อ่าวแม่ยาย (Mae Yai Bay)

อ่าวแม่ยาย (Mae Yai Bay)

ที่จุดดำน้ำอ่าวแม่ยาย แนวปะการังถือว่ายังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก มีปลาน้อยใหญ่ให้เพื่อนๆได้ชม มีปะการังโขดรวมตัวกันหนาแน่น แต่น้ำอาจจะลึกไปสักนิด ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนเท่ากับจุดดำน้ำที่หัวแหลมช่องขาด เมื่อดำน้ำอยู่ที่นี่ประมาณ 45 นาก็ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนจุดดำน้ำ ไปต่อยังจุดดำน้ำที่ไกด์ลาเต้บอกว่าเป็นจุดดำน้ำที่สวยที่สุดในบรรดาจุดดำน้ำทั้ง 19 จุดในหมู่เกาะสุรินทร์ นั้นก็คือ อ่าวสับปะรด

อ่าวสับปะรด (Sapparot Bay)

และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง อ่าวสับปะรด ใช้เวลาเดินทางจากจุดดำน้ำอ่าวแม่ยายประมาณ 10 นาทีเท่านั้น เมื่อมาถึงจะรอช้าทำไม โดดสิครับพี่น้อง เมื่อกระโดดลงไป โอ้วแม่เจ้า ยังไม่ทันได้ดูอะไรมากมายก็เห็นถึงความสวยงาม และความหนาแน่นของปะการัง สวยงามสุดๆไปเลย แต่เอะ นั่นอะไร แม่เจ้า ไม่นะ ลูกแมงกระพรุนเป็นล้าน โบกมือให้พวกมันนิดนึงแล้วรีบว่ายกลับขึ้นเรืออย่างไว ถือว่าเป็นโชคไม่ดี เพราะดันไปในวันที่มีฝูงลูกกระพรุนลอยตัวอยู่ในบริเวณนั้น อดดำดูปะการังที่บริเวณนี้เลย รู้สึกเสียดายเอามากๆ เพราะแค่มองเห็นแว็บเดียว ก็รู้แล้วว่าที่นี่แหละ จุดดำน้ำที่ตามหามานาน แต่ก็ต้องทำใจ ดีกว่าลงไปแล้วคันทั้งตัว ไกด์ลาเต้เลยจำเป็นต้องพาเราไปดำน้ำที่จุดอื่นๆ โบกมือลาอ่าวสับปะรดทั้งน้ำตา #ร้องไห้หนักมาก

อ่าวผักกาด (Pak Kad Bay)

อ่าวผักกาด (Pak Kad Bay)

ใช้เวลาประมาณ 5 นาที เปลี่ยนจุดดำน้ำมายังอ่าวผักกาด ที่จุดนี้ก็ถือว่าพอใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร เพราะก็ถือว่าไม่ได้แตกต่างจากที่สิมิลันหรือตาชัยเท่าไหร่ ปะการังก็พอมีบ้าง ปลาก็พอใช้ได้ คงเป็นเพราะตั้งความหวังเอาไว้ที่อ่าวสับปะรดมากไปหน่อย พอมาที่จุดดำน้ำนี้เลยรู้สึกเฉยๆ ดำเล่นๆ ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะยังดีกว่าไม่ได้ดำ แต่ส่วนใหญ่เค้าเน้นเล่นน้ำ กระโดดน้ำจากหัวเรือท้ายเรือมากกว่า และเมื่อครบ 45 นาทีก็ได้เวลาเดินทางกลับไปยังท่าเรือที่เราออกเดินทางมาในตอนเช้า

กลับสู่ท่าเรือ จัดหนักอาหารมื้อเย็น เดินทางกลับบ้าน

กลับสู่ท่าเรือ จัดหนักอาหารมื้อเย็น เดินทางกลับบ้าน

เมื่อมาถึงท่าเรือ ที่ท่าเรือจะมีบริการอาหารว่างมื้อใหญ่ๆ เตรียมเอาไว้คอยให้บริการ มีทั้งข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ และยำต่างๆ เอาเป็นว่าถ้าเพื่อนๆคนไหนต้องเดินทางต่อไปที่สนามบิน หรือกะว่าเมื่อไปถึงที่พักแล้วไม่ออกไปหาอะไรทานแล้ว สามารถรับประทานอาหารที่ท่าเรือจนอิ่มได้เลยทีเดียว และที่ท่าเรือยังมีห้องอาบน้ำเอาไว้คอยให้บริการอีกด้วย ดีมากสำหรับเพื่อนๆที่จะไปลงสนามบินภูเก็ต หรือไป บขส. เพราะคงไม่ไหวถ้าไม่ได้อาบน้ำก่อนที่จะเดินทางกลับบ้าน

สรุปข้อดีข้อเสียของทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์

ข้อดีของทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์
1. ความอุดมสมบูรณ์ถือว่ายังคงความสวยงามอยู่มาก มีความเป็นธรรมชาติสูง
2. จำนวนนักท่องเที่ยวน้อย ความเป็นส่วนตัวสูง บรรยากาศชิวๆ สโลว์ไลฟ์ได้เต็มที่    
3. อาหารอร่อยมาก รสชาติไม่ได้ออกฝรั่งจ๋า หรือออกไทยจ๋า รสชาติออกกลางๆ แถมยังมีผลไม้ ชา กาแฟ ชาเขียว และน้ำกระป๋องอีกด้วย
4. ไกด์ลาเต้และไกด์เมย์บริการดีเยี่ยม ให้ 5 ดาวไปเลย ทั้งการดูแล การให้บริการ และการให้ข้อมูลต่างๆ
5. เป็นทริปที่ถือว่าได้ครบนะ ทั้งการพักผ่อนและการดำน้ำดูปะการัง เป็นทริปที่ถือว่าคุ้มค่า

ข้อเสียของทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์
1. นั่งเรือนาน และค่อนข้างไกล และที่สำคัญถ้าวันไหนคลื่นสูง เล่นเอาซะปวดตัวกันเลยทีเดียว
2. ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และผู้ที่ตั้งครรภ์

คลิปทัวร์หมู่เกาะสุรินทร์